ภูทับเบิก

ใกล้หน้าหนาว หลายๆ คนคงวางแพลนไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ กันเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าหากว่าใครที่ยังไม่ได้วางแผน หรือไม่รู้จะไปไหนที่ไหนดี ขอแนะนำ "ภูทับเบิก" สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาว ยอดฮิต ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต และก็มีคำถามตามมาว่า แล้วมันมีอะไรดี? ทำไมถึงต้องไปดูให้เห็นกับตาของตัวเอง และจะคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปหรือเปล่า

ประวัติ ภูทับเบิก

ภูทับเบิก ตั้งอยู่ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 100 กิโลเมตร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,768 เมตร  อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ประมาณ 17-25 องศาเซลเซียส ภูทับเบิก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวภูทับเบิกได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายและทะเลหมอกสวยงามที่สุด

ภูทับเบิก เป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เชื่อกันว่าชาวเขาเผ่าม้งอพยพมาตั้งถิ่นฐานบนภูทับเบิกตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ชาวเขาเผ่าม้งยังคงอาศัยอยู่บนภูทับเบิกจนถึงปัจจุบัน และยังคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมของตนไว้อย่างเหนียวแน่น

อ้างอิง: https://www.sanook.com/travel/1396353/


ป่าคำชะโนด

ป่าคำชะโนด เป็นผืนกอวัชพืช (floating mat) ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่[1] เกิดจากการทับถมและผสานตัวของซากวัชพืชน้ำจำนวนมากเป็นระยะเวลายาวนาน จนก่อกำเนิดคล้ายกับเป็นผืนแผ่นดินลอยตัวในรูปแบบเกาะกลางอ่างเก็บน้ำกุดขาม ด้วยเหตุนี้เมื่อถึงฤดูฝนในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง อ่างเก็บน้ำกุดขามมีปริมาณน้ำสูงขึ้น ป่าคำชะโนดจึงไม่จมน้ำที่ตามระดับน้ำที่สูงขึ้น หรือเมื่อระดับน้ำลดลง ป่าคำชะโนดก็มีการปรับสภาพไปตามระดับน้ำ ภายในป่าคำชะโนดมีพรรณไม้เด่นคือต้นชะโนด ซึ่งเป็นพืชจำพวกปาล์ม มีความสูงกว่า 30 เมตร[2]

ป่าคำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง, ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ป่าแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญ ที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้านอีสาน ประชาชนในพื้นที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเหล่าพญานาค ปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีปทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ บ่อยครั้งที่ชาวบ้านในละแวกนั้นจะพบเห็นชาวเมืองชะโนดไปเที่ยวงานบุญพระเวสสันดร รวมถึงหญิงสาวที่มายืมเครื่องมือทอผ้าอยู่เป็นประจำ

ป่าคำชะโนด แม้จะเป็นผืนแผ่นดินลอยตัวจากกอวัชพืช ทำให้มีการลอยตัวไปตามพลวัตของน้ำ แต่ป่าแห่งนี้ก็เคยเกิดน้ำท่วม โดยเคยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2538 พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 ทั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากการที่มีการก่อสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิมในอดีต จึงทำให้พื้นที่ของเกาะซึ่งลอยน้ำอยู่นั้นมีความหนัก เป็นสาเหตุที่ทำให้ผืนกอวัชพืชบางส่วนจมน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลางปี พ.ศ. 2560 ที่ต้องมีการปิดเกาะแห่งนี้เป็นการชั่วคราว[3]


ประวัติ

เรื่องราวของวังนาคินทร์คำชะโนด หรือ ป่าคำชะโนด กลายเป็นข่าวคราวโด่งดังขึ้นมาในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2543 เมื่อปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าสามารถบันทึกวิดีโอภาพของเปรตและรุกขเทวดาได้ที่ป่าแห่งนี้ ก่อนที่ความจะแตกว่าเป็นเรื่องหลอกลวง[4]

แต่จากนั้น เรื่องราวความลี้ลับในป่าคำชะโนดก็กลายเป็นที่รับรู้และสนใจของคนในสังคมทั่วไป จนหนึ่งในเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาถรรพ์ของสถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2550 เรื่อง ผีจ้างหนัง นำแสดงโดย อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา และภัครมัย โปรตระนันท์[5]

อ้างอิง: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%94


ถนนคนเดินเชียงคาน


คนเดินเชียงคาน (Chiang Khan Walking Street) ตั้งอยู่บนถนนชายโขงซึ่งเป็นถนนใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำโขงที่เต็มไปด้วยร้านค้าท่ามกลางบ้านเรือนยุคเก่า ภายในบริเวณมีทั้งที่พักในแบบเกสต์เฮาส์ ร้านอาหาร และร้านค้าไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน โดยในช่วงเย็นจะเปลี่ยนเป็นตลาดนัดที่คึกครื้น เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดและแผงขายของ นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นกันอย่างคึกคักในช่วงเย็นถึงค่ำของวันศุกร์และวันเสาร์


ประวัติ

ถนนคนเดินเชียงคานตั้งอยู่ที่บ้านท่านาจันทน์ในอำเภอเชียงคาน บริเวณถนนชายโขงซึ่งอยู่ใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณถนนคนเดินแห่งนี้เป็นย่านเศรษฐกิจของเมืองเชียงคานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากอาคารไม้เก่าแก่เรียงรายไปตามสองข้างทาง ให้บรรยากาศท้องถิ่นย้อนยุค และเป็นสเน่ห์ของการท่องเที่ยวเมืองเชียงคาน โดยในช่วงเช้าบริเวณถนนคนเดินเชียงคานจะมีกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน ส่วนในช่วงกลางวันจะมีร้านเช่าจักรยานเปิดให้บริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวขี่จักรยานออกไปชมบรรยากาศเมืองเชียงคานโดยรอบ ส่วนช่วงเย็นจะเปลี่ยนเป็นตลาดนัดที่คึกครื้นที่มีอาหารและสินค้าท้องถิ่นมากมายให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ยังสามารถเดินต่อไปยังทางเดินเลียบแม่น้ำโขงที่อยู่ใกล้กันเพื่อชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงและริมฝั่งประเทศลาวที่อยู่ในฝั่งตรงกันข้ามได้อีกด้วย  

อ้างอิง: https://palanla.com/th/domesticLocation/detail/1923



 เกาะกลางน้ำ

เกาะกลางน้ำ (Koh Klang Nam) เป็นเกาะที่อยู่ใจกลางอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำคำในอำเภอเมืองศรีสะเกษ บนเกาะแห่งนี้เป็นสวนสาธาณะขนาดใหญ่และเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญหลายแห่ง เช่น หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติที่เป็นหอชมเมืองศรีสะเกษได้รอบทิศ และศรีสะเกษอควาเรียมซึ่งเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดศรีสะเกษอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก


ประวัติ

             พื้นที่บริเวณบนเกาะกลางน้ำแต่เดิมเป็นป่าละเมาะและทุ่งนา ทางเทศบาลเมืองศรีสะเกษได้ทำการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำห้วยนำคำที่มีเกาะอยู่ตรงกลาง และปรับภูมิทัศน์บนเกาะโดยการสร้าง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาขึ้นเพื่อให้เป็นสวนสาธารณะที่ประชาชนใช้ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ และยังใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทง และงานรื่นเริงอื่นๆ รวมถึงการเป็นศูนย์การจัดประชุมและนิทรรศการขนาดใหญ่อีกด้วย

             นอกจากนี้ ยังมีการสร้างหอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติซึ่งเป็นหอชมเมืองที่ถือเป็นแลนด์มาร์กบนเกาะกลางน้ำแห่งนี้ และบนเกาะกลางน้ำแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของศรีสะเกษอควาเรียมซึ่งเป็นศูนย์แสดงพันธ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงปลาทะเล ปลาน้ำจืด และปลาสวยงาม โดยมีอุโมงค์แก้วลอดใต้น้ำให้ชมปลาได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย


อ้างอิง: https://palanla.com/th/domesticLocation/detail/2683


                 น้ำตกสำโรงเกียรติ

น้ำตกสำโรงเกียรติ (Samrong Kiat Waterfall) เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด น้ำตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่บริเวณด้านบนหน้าผาจะมีแอ่งลานหินขนาดใหญ่รองรับธารน้ำเอาไว้ก่อนที่จะไหลตกลงมาตามชั้นหน้าผา น้ำตกสำโรงเกียรติมีน้ำไหลตลอดปี และจะมีน้ำมากที่สุดในช่วงฤดูฝน บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากป่าไม้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายภาพสวยๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

 

ประวัติ

             น้ำตกสำโรงเกียรติตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสำโรงเกียรติ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ น้ำตกแห่งนี้แต่เดิมมีชื่อว่า "น้ำตกปีศาจ" ซึ่งตั้งตามชื่อหน่วยทหารพรานที่มีสมญานามว่า "หน่วยปีศาจ" ที่ได้ใช้น้ำตกแห่งนี้เป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการ ต่อมาในปีพ.ศ.2549 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกสำโรงเกียรติ หลังจากได้มีการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด

             น้ำตกสำโรงเกียรติมีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลาง มีความสูง 8 เมตร มีต้นกำเนิดจากเขากันทุงในเทือกเขาบรรทัด มีน้ำมากในช่วงฤดูฝนราวเดือนกันยายนบริเวณน้ำตกมีบรรยากาศที่ร่มรื่นจากต้นไม้นานาพันธุ์ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สามารถมาเล่นน้ำหรือนั่งปิกนิกริมน้ำตกท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจี


อ้างอิง: https://palanla.com/th/domesticLocation/detail/2684

นาย เอกราช พิชัยณรงค์ เลขที่ 12 ม.6/2

ความคิดเห็น